วันที่ 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินสิงคโปร์
- 15.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน Singapore เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับท่าน
- 18.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 711
- 21.55 น. เดินทางถึงสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ และให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
- 23.55 น. ออกเดินทางจากสนามบินสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 026
วันที่ 2 : สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต - จัตุรัสโรเมอร์ – นูเรมเบิร์ก - ปราสาทนูเรมเบิร์ก - โบสถ์พระแม่มารี – โบสถ์เซนต์เซบัลดัส (เยอรมนี)
- 07.05 น. เดินทางถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
- นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำท่านเดินชม จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ The Romer หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ ถนนช้อปปิ้งซายล์ (Zeil Street) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในแฟร้งค์เฟิร์ต มีสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย มีสามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เป็นสวรรค์ของนักช้อป ย่านช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก หรือ เนิร์นเบิร์ก (Nuremberg) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของแคว้นบาวาเรีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) นำท่านเดินชมเมืองโบราณที่ยังคงมีกำแพงเมืองที่มีความยาวระดับ 5 ก.ม. ล้อมรอบตัวเมืองและมีหอคอยหรือป้อมต่างๆ อยู่ถึง 80 ป้อมด้วยกันซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปีสร้างในช่วงศตวรรษที่ 16 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนี้เป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซี และในอดีต ปี ค.ศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ เป็นอดีตเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติเยอรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดินแบบชาวโรมัน ถ่ายรูปทัศนียภาพโดยรอบของปราสาทนูเรมเบิร์ก Nuremberg Castle และเดินชมเขตเมืองเก่า Old town เก็บภาพกับ น้ำพุสีทองเหลืองอร่าม Schoner Brunnen งดงามที่มีความสูงกว่า 19 เมตร ที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยศตวรรษที่ 14 ถือเป็นหนึ่งจุดสำคัญในเขตเมืองเก่า และชม โบสถ์พระแม่มารี FrauenKirche หรือ Church of our Lady ซึ่งมีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม จัดเป็น 1 ใน 3 โบสถ์สำคัญของเมืองนูเรมเบิร์ก พร้อมทั้งให้ท่านถ่ายรูปกับภายนอกของ โบสถ์เซนต์เซบัลดัส St.Sebaldus Church โบสถ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของเมืองนูเรมเบิร์ก และยังเป็นที่เก็บรักษาอัฐิของนักบุญ St.Sebaldus ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ประจำเมืองนูเรมเบิร์ก
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- ที่พัก Novina Hotel Tillypark หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 3 : นูเรมเบิร์ก - มิวนิค - จัตุรัสมาเรียนพลาสซ์ (เยอรมนี) - อินน์สบรูค – กระเช้าสู่ยอดเขาฮาเฟเลการ์ - หลังคาทองคำ (ออสเตรีย)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
- นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น และยังเป็นที่รวมห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ มากมาย และเดินชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Church) โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง, วิหารพระแม่มารี (Frauenkirche) มหาวิหารหอคอยคู่ทรงหัวหอมที่เป็นสัญลักษณ์ของมิวนิค และให้ท่านเดินเล่นบน ถนนช้อปปิ้ง Kaufingerstrasse และ Neuhauser Strasse ซึ่งเป็นย่านร้านค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกมากมาย
- เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินน์สบรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางสู่สถานี funicular และเปลี่ยนเป็นกระเช้านำท่านขึ้นสู่จุดสูงสุดของเมืองอินน์สบรูค ฮาเฟเลการ์สปิตเซ่ Hafelekarspitze ฉายา Top of Innsbruck บนความสูง 2,256 เมตร ให้ท่านชมทัศนียภาพงดงามจากบนยอดเขาแบบ 360 องศาของเขตเทือกเขาแอลป์ และสามารถชมเมืองอินน์สบรูคได้ทั้งเมือง หากในวันฟ้าเปิดสามารถมองเห็นทัศนียภาพของพรมแดนเขตประเทศอิตาลีได้อีกด้วย
- เมื่อลงจากยอดเขา นำท่านชม เขตเมืองเก่าของอินนส์บรูค ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย อาทิ ร้านขายของที่ระลึก ร้านสินค้าแบรนด์เนมและขนมต่างๆ รวมถึงงานศิลปะตกแต่งผนัง และเป็นที่ตั้งของเสาหินเซ้นต์แอนนา (St. Anne's Column) สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวทิโรล โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของชาวแคว้นทิโรลที่มีต่อกองทัพบาวาเรียนและฝรั่งเศส ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์นี้คือสถาปนิกชาวอิตาลี โดยอนุสาวรีย์นี้ได้รับการให้พรอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเฉลิมฉลองแก่ นักบุญแอนนา ฐานของอนุสาวรีย์มีรูปปั้นเทพ 4 องค์ คือ เซ้นต์แอนนา, เซ้นต์จอร์จ, เซ้นต์แคสเซียน, เซ้นต์วิกัส และบนยอดเสาคือพระแม่มารี ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล พร้อมพาท่านถ่ายรูปกับ ตึกแถวสีลูกกวาดหลากสีตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำอินน์ตามแนวถนน โดยมีแนวเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังที่สวยงามน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปแห่งหนึ่งของนครอินน์สบรูคเลยทีเดียว
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
- ที่พัก Harry’s Home Telfs หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 4 : อินน์สบรูค (ออสเตรีย) - บริกเซน - หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา - ทะเลสาบคาเรซซา - โบลซาโน (อิตาลี)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
- นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศอิตาลี โดยเดินทางเข้าสู่ บริกเซน Brixen (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) หรือภาษาอิตาเลียนชื่อเมืองเบรสซาโนเน เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นทิโรล อยู่ทางตอนเหนือของอิตาลีในเขต South Tyrol เมืองนี้มีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมออสเตรียและอิตาลีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นำท่านเดินชมบรรยากาศของเขตเมืองเก่า Old Town และอาคารสีพาสเทล ถ่ายรูปกับ พระราชวังฮอฟบวร์ก Hofburg Palace อดีตที่ประทับของบิชอป, วิหารบริกเซน Brixen Cathedral โบสถ์สไตล์บาโรกที่มีหอระฆังคู่สีเหลืองโดดเด่น
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่เขตอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีสภาพภูมิประเทศที่มียอดเขาสูง ทรวงสวยแปลกตาและมีหุบเขาหลายแห่งแวดล้อมด้วยทัศนียภาพงดงาม และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เรียกได้ว่าเป็นปลายทางของผู้รักธรรมชาติ
- นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา (Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเบลูโน โดยคำว่า Santa Maddalena หรือ St. Magdalena ในภาษาเยอรมัน คือหมู่บ้านวิวสวรรค์กลางพื้นที่หุบเขาในชุมชน Val di Funes หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีทัศนียภาพที่งดงามแบบอลังการพร้อมสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซา (Lake Carezza) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดในอุทยานโดโลไมท์ อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายรูปกับทะเลสาบที่งดงามตามอัธยาศัย
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโบลซาโน Bolzano เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในอิตาลี และเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเซาท์ทิโรล (South Tyrol) ทางตอนเหนือของประเทศ เมืองนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามของเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นเมืองปากประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- ที่พัก B & B Hotel Bolzano หรือระดับเทียบเท่า (หรือเมืองใกล้เคียง)
วันที่ 5 : โบลซาโน - จุดชมวิวคาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า - ทะเลสาบมิสุริน่า – ทะเลสาบเบรียส - โบลซาโน (อิตาลี)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
- นำท่านเดินสู่ จุดชมวิว คาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) จากนั้นให้ท่านเดินไต่เขาขึ้นสู่ “จุดชมวิว คาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า” (Cadini di Misurina) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเขตอุทยานโดโลไมท์ เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับ Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) ที่เป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของโดโลไมท์ ซึ่งประกอบด้วยภูเขาหินขนาดมหึมา 3 ลูกที่วางตัวเรียงกันในเเนวตะวันออกสู่ตะวันตก โดยท่านสามารถถ่ายรูปโดยมี Tre Cime di Lavaredo เป็นภาพเบื้องหลังได้ นอกจากนั้นทิวทัศน์โดยรอบจากจุดชมวิวนี้ยังเห็นทิวทัศน์ความสวยอลังการของอุทยานโดโลไมท์โดยรอบอีกด้วย
(การเดินทางขึ้นเขาจะขึ้นกับสภาพเป็นหลักในกรณีที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้จะเปลี่ยนไปถ่ายรูปคู่กับ Tre Cime di Lavaredo จากด้านล่างแทน ระยะทางเดินขึ้นเขาจะอยู่ที่ 3.2 กิโลเมตร ในกรณที่ท่านไม่ขึ้นไปกับคณะก็สามารถนั่งรอในรถบัสได้) - นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาอิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมท์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก Unesco อีกด้วย
- สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโบลซาโน
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
- ที่พัก B & B Hotel Bolzano หรือระดับเทียบเท่า (หรือเมืองใกล้เคียง)
วันที่ 6 : โบลซาโน - ซีร์มิโอเน - โคโม - ทะเลสาบโคโม – มิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (อิตาลี)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองซีร์มิโอเน (Sirmione) เมืองแห่งป้อมปราการโบราณ เก่าแก่อายุนับ 2000 ปี ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ดา (ใช้เวลาเดินทางประมร 3 ชั่วโมง) นำท่านถ่ายภาพด้านหน้าปราสาทเก่าแก่ของเมือง (The Scallger of Sirmione) สร้างในปี 1277 ซึ่งเมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล Scaliger จากนั้นเดินเล่นชมเมืองเก่าชิมไอศรีมเจลาโต้ที่มีชื่อเสียงของอิตาลี หลากหลายร้านและของที่ระลึกอื่นๆ อิสระให้ท่านชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบการ์ดา ซี่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากน้ำแข็งละลายจากเทือกเขาแอลป์
- เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม (Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชม ทะเลสาบโคโม่ (Como Lake ) โดยทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว
- นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชมด้วยการถ่ายรูปจากภายนอกของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชม แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน และเป็นที่ตั้งของร้านค้า ชั้นนำมากมาย รวมถึงร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV, Prada, Gucci, Tod’s เป็นต้น ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
- ที่พัก UNAHOTELS Expo Fiera Milano หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ 7 : มิลาน - สนามบินมาร์เพนซา (อิตาลี)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
- 08.30 น. ให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบิน และเผื่อเวลาสำกับการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
- 13.15 น. ออกเดินทางจากสนามบินมาร์เพนซา โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 377
* กำหนดการเดินทาง 22-29 ต.ค.69 เที่ยวบินเปลี่ยนเป็น SQ 355 ออกเดินทางเวลา 12.30 น.และจะเดินทางถึงสิงโปร์เวลา 07.30 น.*
วันที่ 8 : สนามบินสิงคโปร์ - สนามบินสุวรรณภูมิ
- 07.40 น. เดินทางถึงสนามบินสิงคโปร์ จากนั้นให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
- 09.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินสิงคโปร์ โดยสายการบิน Singapore เที่ยวบินที่ SQ 708
* กำหนดการเดินทาง 22-29 ต.ค.69 เที่ยวบินเปลี่ยนเป็น SQ 722 ออกเดินทางเวลา 10.50 น.และจะเดินทางถึงสุวรรณภูมิเวลา 12.20 น.* - 11.00 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.