วันที่ 1 : กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) –เมืองเดลี (บินภายในประเทศ)
- 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินแอร์อินเดีย (AIR INDIA) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เอกสารวีซ่าการเข้าประเทศอินเดีย และเมืองเลห์
- 22.25 น. เหินฟ้าสู่นครเดลี โดย สายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI2303
วันที่ 2 : สนามบินเดลี - ต่อเครื่องภายในประเทศ - สนามบินเลห์ - ลงจอดสนามบินเลห์ในระดับ 3,200 เมตร จากนั้น นั่งรถปรับความคุ้นชินบนความสูง 3,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล สู่ที่พักเมืองเลห์ ในช่วงบ่ายนอนพักปรับสภาพร่างกาย ช่วงเย็นพาเดินชิลล์ตลาดพื้นเมือง สามารถซื้ออุปกรณ์กันหนาวเพิ่มเติมได้
- 01.40 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ
จากนั้นนำท่านเชคอิน สัมภาระ สายการบินภายในประเทศ AIR INDIA - 04.55 น. นำท่านลัดฟ้าสู่ เมืองเลห์ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI2479
- 06.20 น. เดินทางถึงสนามบิน Kushok Bakula Rimpochee Airport เมืองเลห์
- นำท่านเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ในตัวเมืองเลห์ ระยะทางประมาณ 3-4 กม. Leh เป็นเมืองหลวงของแคว้น Ladakh เขตแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,500 เมตร เข้าพักยังห้องพักเพื่อพักผ่อนนอนปรับร่างกายในท่าราบ ให้เข้ากับระดับความสูงของพื้นที่เมือง
- ที่พัก HOTEL YAK TAIL / HOTEL NORTHERN SINGYE / HOTEL GAWALING / HOTEL LEH หรือระดับเทียบเท่า เมืองเลห์
- กลางวัน บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (มื้อที่1)
- ช่วงเย็น นำท่าน เดินเลือกซื้อ เสื้อผ้า และอุปกรณ์กันหนาวเพิ่มเติม ราคาถูก ในตลาดพื้นเมืองใจกลางเมืองเลห์ มีร้านหนังสือ โปสการ์ด และของฝาก แฮนเมด มากมายให้ท่านได้เดินเลือกซื้อ และเพื่อปรับปรับสภาพร่างกายในที่ราบ
- ที่พัก HOTEL YAK TAIL / HOTEL NORTHERN SINGYE / HOTEL GAWALING / HOTEL LEH หรือระดับเทียบเท่า เมืองเลห์
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่2) จากนั้นพักผ่อน ตามอัธยาศัย
วันที่ 3 : เมืองเลห์ – ชมความอัศจรรย์ของธรรมชาติ เขาแม่เหล็ก แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill) - ชมแม่น้ำสองสี จุดบรรจบแม่น้ำสองสายแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ – วัดอัลชิ นิกายหมวกเหลือง (Gelugpa) - ชมพระอาทิตย์ตกดิน เจดีย์สันติภาพ Shanti stupa
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
- ออกสำรวจเส้นทางสุดโรแมนติคและอัศจรรย์ แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill) Magnetic Hill เนินพิศวง ที่ปล่อยรถให้ไหลก็ไปได้ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งใดๆ พร้อมวิวสุดอลังการ ภูเขาใหญ่สุดลูกหูลูกตา ลงอิสระถ่ายรูปคู่ถนนสุดคลู
- จากนั้นชมความสวยงามของจุดบรรจบแม่น้ำสองสาย สองสี (Confluence of the Zanskar and Indus River) ซึ่งเป็นแม่น้ำสองสายที่สำคัญคือ แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์
- ชมภาพวาดอายุ100ปีของ วัดอัลชิ (Alchi Monastery) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ 70 กม สถานที่นี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (มื้อที่ 4)
- นำชมพระราชวังเลห์ Leh Palace
นำท่าน ไปยัง Shanti Stupa หรือเจดีย์สันติภาพ เป็นเจดีย์สีขาวทรงโดมตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้หมู่บ้าน Changspa ในเมือง Leh เมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเจดีย์สันติภาพ สร้างโดยชาวญี่ปุ่นและมีพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อค.ศ. 1985 - ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 5)
- ที่พัก Hotel Yak Tails / Hotel Northern Singge / Hotel The Leh หรือเทียบเท่าเมืองเลห์
วันที่ 4 : เมืองเลห์ – คาร์ดุง ลา พาส Khar Dung La Pass สูง 18380 ฟุต หรือ 5602 เมตร หนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในโลก อย่ากังวลทัวร์ทีบริการออกซิเจนฟรีท่านละ 1 กระป๋อง –วัดดิสกิต Diskit Monastery นิกายหมวกเหลืองเกลุก Gelugpa - อย่าชมวิวเพลิน วันนี้ไปขี่อูฐ ไฮไลท์คือตอนพระอาทิตย์ตกดิน โซจึ้ง
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
- จากนั้น เช็คเอ้าท์ สัมภาระ นำท่านเดินทางสู่หุบเขา นูบร้าวัลเลย์ แห่งพันธ์ไม้ดั้งเดิมของชาวลาดัค ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
ผ่านเส้นทาง Khar dung La Pass หนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในโลก ชมวิวเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางประวัติศาสตร์ อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวอินเดีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 18380 ฟุต หรือ 5602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เลยทำให้ที่นี่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี - นำท่านเข้าวัดพุทธมหายาน แห่งนูบร้า วัดดิสกิต (Diskit Monastery หรือ Diskit Gompa) เป็นวัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในหุบเขานูบรา ลาดักห์
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7)
- ชมสีสันยามพระอาทิตย์ตกดินลับขอบหิมาลัย นำท่านสัมผัสบรรยากาศการขี่อูฐในทะเลทรายที่สูงที่สุด (รวมในค่าทัวร์) โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย เนินทรายเหล่านี้ดึงดูดผู้เข้าชมนับร้อย ด้วยภาพเขาเรียงซ้อนเป็นทิวแถวสวยงาม ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ สลับกับเนินเขาสีดำ ใช้เวลาที่ประมาณ 40 นาที ในบริเวณ ฮุนเดอร์ แซนด์ ดูนส์ (Hunder Sand Dunes)
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 8)
- ที่พัก HIMALAYAN ECO RESORT / GRAND NUBRA RESORT / NUBRA ECO VILLAGE หรือระดับเทียบเท่า เมืองนูบร้า วัลเลย์
วันที่ 5 : นั่งรถฟินฟิน เส้นทางนูบร้าวัลเลย์สู่ทะเลสาบแปงกอง แวะหาน้อง แมมมอทแสนเชื่อง อย่าลืมยกกล้องถ่ายรูปคู่วิวทุ่งหญ้าสลับทิวเขา ฟินไม่ไหว พักนอนชิลล์นับดาว ทะเลสาบแปงกอง ใจละลาย
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
- เชคเอ้าท์สัมภาระ นั่งรถต่อไปยังทะเลสาบ Pangong ประมาณ 180 กม. ทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกที่ความสูง 4,225 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางที่ผ่านหมูบ้านอันสงบ Khalsar ไปถึงที่ Agyam Village
- กลางวัน ทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
- เต็มอิ่มกับวิว “ทะเลสาบปันกอง- แปงกอง- พันกอง”ล้วนเป็นชื่อที่ผู้คนกล่าวขาน ที่นี้สวยสมกับที่การเดินทางมาเยือนโดยต้องนั่งรถเวียนรอบเขา ผ่านแม่น้ำหลายสายผ่านวิวล้านแปด ท่านจะได้ชมความมหัศจรรย์ ของทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก พื้นกินอาณาบริเวณทั้งประเทศจีนและอินเดีย แนวเขาด้านหลังคือแนวเทือกเขาหิมาลัย
- ที่พัก CRANE VALLEY / PANGONG WOOD / PANGONG SAMA RESORT หรือเทียบเท่าใกล้แปงกอง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารที่พัก (มื้อที่11)
วันที่ 6 : อิสระถ่ายรูปมุมสูง ทะลสาบน้ำเค็มสูงที่สุดในโลก - วัดธิกเชย์ นิกายหมวกเหลือง - พระราชวัง Shey Palace- วัดเฮมิส นิกายหมวกแดง ที่ร่ำรวยสุดในเลห์
- เช้า รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่11)
- เช็คเอ้าท์ สัมภาระ ออกเดินทางกลับเมืองเลห์ นั่งรถประมาณ 5 ชั่วโมง
ผ่านเส้นทางที่สวย Chang la pas เป็นเส้นทาง motorable ที่สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจาก khadung la pass สูงจากระดับนำ้ทะเล 4350 เมตร เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง เมือง leh กับ ทะเลสาบ pangong เส้นทางปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศเบาบาง เราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ท่ามกลางภูเขาสูง ระหว่างมีจุดพักรถ ร้านอาหารและร้านกาแฟได้เพลิดเพลิน เก็บภาพบรรยากาศ ก่อนกลับถึงเมืองเลห์ - กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 12)
- ถึงเมืองเลห์ นำท่านชมพระราชวังเชย์ Shey Palace สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี
- จากนั้นชมวัดธิกเชย์ ของนิกายเกลุก ตั้งอยู่บนยอดเขาในชิกเจ ราว 19 กม. ทางตะวันออกของเลห์ ในลาดัก มีการแบ่งอาคารส่วนหนึ่งเฉพาะสำหรับภิกษุณีอารามชิกเจตั้งอยู่ที่ความสูง 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล หมู่อาคารของรรามมีความสูงสูงสุดที่ 12 ชั้น
- ต่อด้วยวัดที่อารามที่ใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในลาดักห์อย่าง วัด Hemis วัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัค มีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ ถึงแม้ลาดัคจะผ่านสงครามมามาก แต่เพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลสงบ
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 13)
- ที่พัก HOTEL YAK TAIL / HOTEL NORTHERN SINGYE / HOTEL GAWALING / HOTEL LEH หรือระดับเทียบเท่า เมืองเลห์
วันที่ 7 : สนามบิน เลห์ – ต่อเครื่อง สนามบินเดลี - กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) บริการเชคทรู รับกระเป๋าใหลดใบใหญ่ที่กรุงเทพ
- เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 14)
- เช็คเอ้าท์ สัมภาระ สู่สนามบินภายในประเทศ Kushok Bakula Rimpochee Airport เมืองเลห์ บริการเชคทรูกระเป๋าสัมภาระ
- 09.35 ออกเดินทาง เหินฟ้าสู่สนามบิน เดลี โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI2455
- 10.55 ถึงสนามบินเมืองเดลี จากนั้นนำท่าน หัวหน้าทัวร์นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกเมือง ตรวจเชคสัมภาระที่ท่านนำติดตัวถือขึ้นเครื่อง เรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางไปยังเกตประตูรอขึ้นเครื่อง (ท่านจะได้รับกระเป๋าใบใหญ่ที่สนามบินสุวรณภูมิ)
- 14.30 ออกเดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 2304
- 20.25 เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ