วันที่ 1 : กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
- 23.30 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
สายการบิน Emirates (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 : ดูไบ – มิวนิก – จัตุรัสมาเรียนพลาสท์ –โรเซนไฮม์
- 02.50 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK377
- 06.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
- 08.50 น. ออกเดินทางต่อจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ สู่ ประเทศเยอรมนี โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK49
- 13.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังจากนั้นผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิก (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์
- นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิก บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น และยังเป็นที่รวมห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆมากมาย
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- นำท่านเดินทางสู่ที่พักเมืองโรเซนไฮม์ (Rosenheim)
- ที่พัก IBIS STYLES ROSENHEIM หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 : โรเซนไฮม์ - ซาลซ์บูร์ก - สวนมิราเบลล์ – ถนนเกไทรย์เดอกาสเซอ - ฮัลสตัท – เชสกี้ ครุมลอฟ – เชสกี้ บูดาโจวิค
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เมืองที่เป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart)” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก โดยเมืองซาลซ์บูร์กมีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เยี่ยมชมเขตเมืองเก่าศิลปะบาโรกที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลซ์บูร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน
นำท่านชมสวนมิราเบลล์ (Mirabel Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก จากนั้นนำท่านเดินเท้าสู่ถนนเกไทรย์เดอกาสเซอ (Getreidegasse) ถนนชื่อดังย่านกลางเมืองเก่ามีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย บ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่น คือมีป้ายเหล็กสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลักประดับอยู่ และยังมีสถานที่ที่น่าสนใจ ได้แก่ บ้านเกิดโมสาร์ท ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มากกว่า 20 ปี บ้านหลังนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในบ้านหลังนี้ยังทำให้เหมือนตอนที่โมสาร์ทมีชีวิตอยู่มากที่สุด - นำท่านเดินทางสู่ ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มีอายุกว่า 4,500 ปี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขา และป่าสีเขียวขจีที่มีสวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในซัลทซ์คัมเมอร์กูท (Salzkammergut) เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบที่สวยงามถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน อิสระให้ท่านเดินเล่นชมความสวยงามของเมือง และเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ปลาจากทะเลสาบฮัลสตัท)
- จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมรดกโลก เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) พาเที่ยวชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งโบฮีเมีย และยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
- นำท่านชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov Castle) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปราก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเชสกี้ บูดาโจวิค (Ceske Budejovic)
- ที่พัก CLARION CONGRESS HOTEL ČESKÉ BUDĚJOVICE หรือเทียบเท่า
วันที่ 4 : เชสกี้ บูดาโจวิค – คาร์โลวี วารี – ปราก - สะพานชาร์ล
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- นำท่านเดินทางสู่ คาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปา ที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพ ตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญท่านทดลองดื่มน้ำแร่ ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (เป็ดโบฮิเมียน)
- บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กโกสโลวาเกีย ซึ่งได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ
- นำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ ชมประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆ ชั่วโมง ให้เวลาท่านเดินอิสระเดินเล่นย่านเมืองเก่า ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เช่น เครื่องแก้วโบฮีเมียน
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน (เป็ดปักกิ่ง)
- ที่พัก HOTEL DUO หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 : ปราก – ปราสาทแห่งปราก – มหาวิหารเซนต์วิตุส - บราติสลาวา
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- นำท่านเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งเป็นทำเนียบของประธานาธิบดีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1819 จนถึงปัจจุบัน
- นำท่านเข้าชมมหาวิหารเซนต์ วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์ที่สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม)
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
- บ่าย จากนั้นนำเดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก (Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก
- นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา (Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินเล่นย่านเมืองเก่าที่สวยงามของกรุงบราติสลาวา
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- ที่พัก HOTEL BRATISLAVA หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 : บลาติสลาวา – ชอปปิงParndorf Outlet – บูดาเปสต์
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- นำท่านเดินทางสู่ Mc Arthur Glen Designer Outlet in Parndorf ให้เวลาท่านได้อิสระชอปปิงสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย
- เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
- บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซ)
- ที่พัก AKEAH VERDI BUDAPES หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 : บูดาเปสต์ – ถ่ายรูปด้านนอกโบสถ์แมทเธียส - ล่องเรือแม่น้ำดานูบ - เวียนนา - ผ่านชมโรงละครโอเปร่า - ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก -
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- นำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ และชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ตัวโบสถ์สร้างแบบสไตล์นีโอ-โกธิค หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามแห่งศตวรรษที่ 11 ตั้งอยู่ทางด้านหน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาเปสต์ที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้เป็นอย่างดี ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน
- นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมของฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภาซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคบนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชมสะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ หรือมีเหตุการณ์อื่น ๆ จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย นำท่านนั่งรถผ่านชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ซี่โครงหมูและหมูทอดเวียนนา)
- ที่พัก AUSTRIA TREND HOTEL SCHLOSS หรือเทียบเท่า
วันที่ 8 : เวียนนา – ถ่ายรูปด้านนอกมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น - เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ - ถนนคาร์ทเนอร์ - สนามบิน – ดูไบ
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
- จากนั้นนำท่านเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮอฟบูร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปี ค.ศ.1744 – 1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง และสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายของฝรั่งเศส
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- บ่าย นำท่านชมภายนอกของมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา เป็นทั้งผลงานศิลปะเชิงศาสนา และเป็นโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย โดยมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 เพื่ออุทิศแด่นักบุญสตีเฟ่น โดยสร้างตามสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโกธิค (Gothic) และ โรมานเนสก์ (Romanesque) ในอดีตมหาวิหารแห่งนี้ยังเคยเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งกรุงเวียนนา ตัวโบสถ์มีขนาดใหญ่ ทรงสูง มีหอคอยที่โดดเด่นสูง 137 เมตร มีหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยหลังคามุงกระเบื้องเคลือบกว่า 230,000 แผ่น และมีโมเสคเรียงเป็นภาพสะดุดตารูปนกอินทรีสองหัวอันสวยงามโดดเด่น จากนั้นให้เวลาท่านเลือกซื้อสินค้า ถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ถนนที่มีสินค้าแฟชั่นชั้นนำมากมาย อาทิ Louis Vitton, Hermès , Gucci, Jimmy Choo, Michael Kors and Burberry มีร้านนาฬิกา Bucherer , มีสินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara , H&M ฯลฯ และ รวมไปถึงร้านสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท โดยเฉพาะร้านเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ (Swarovski Crystal Worlds Store Vienna) สินค้าที่มีชื่อเสียงของออสเตรีย ที่เป็นอาคารขนาดใหญ่ สูง 3 ชั้น มีการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกจากศิลปินที่มีชื่อระดับโลก เมื่อเข้าชมภายในอาคารจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม มีจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องประดับต่างๆ ,นาฬิกา หรือ ของใช้ ที่มีการออกแบบตกแต่งด้วยสวาร็อฟสกี้อย่างหรูหราและลงตัว
- 17.00 น. ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเวียนนา เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาชอปปิงสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
- 22.40 น. ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK 126
วันที่ 9 : ดูไบ - กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
- 06.25 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
- 09.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK 370
- 18.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ