วันที่ 1 : กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) - กวางเจา (สนามบินไป๋หยุน) (CZ362 : 08.20-12.10) – อูลู่มู่ฉี (สนามบินเทียนซาน) (CZ6892 : 15.15-20.50)
- 05.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 23 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ สัมภาระของท่านจะทำการเช็คทรู (Check-through) ส่งตรงไปยังสนามบินปลายทาง
- 08.20 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินกว่างโจวไป๋หยุน โดย สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) เที่ยวบินที่ CZ362 ** บริการอาหารร้อนหรือ SNACK BOX บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
- 12.10 น. เดินทางถึง สนามบินกว่างโจวไป๋หยุน นำท่าน ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่องไปยังเที่ยวบินถัดไป
- 15.15 น. ออกเดินทางจาก สนามบินกว่างโจวไป๋หยุน สู่ สนามบินอูลูมู่ฉี เทียนซาน โดย สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) เที่ยวบินที่ CZ6892 ** บริการอาหารร้อนหรือ SNACK BOX บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
- 20.50 น. เดินทางถึง สนามบินอูลูมู่ฉี เทียนซาน นำท่านรับสัมภาระจากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก URUMQI TINGRAN YUNJU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 2 : อูลูมู่ฉี – ถนนสายทะเลทราย S21 - เมืองปีศาจใจกลางทะเล - เบอร์จิ้น
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
- นำท่านเดินทางสู่ เบอร์จิ้น (ระยะทาง 524 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 7 ชั่วโมง) ประตูสู่เทพนิยายแห่งซินเจียงเหนือ จุดพักพิงสุดท้ายก่อนที่ก้าวเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์ของคานาสือ เมืองที่มีชีวิตชีวาด้วยการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างลงตัว และถูกโอบกอดไว้ด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เสน่ห์แรกที่ทำให้ทุกคนตกหลุมรักเบอร์จิ้น คือสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากรัสเซีย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองเทพนิยาย" อาคารบ้านเรือนมีสีสันสดใส หลังคาทรงแหลมแปลกตา ทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนิทาน แต่หัวใจที่แท้จริงของเมืองนี้คือแม่น้ำเออร์ทีช สายน้ำเพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่ไหลลงสู่มหาสมุทรอาร์กติก แม่น้ำสายนี้ไม่เพียงหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน แต่ยังมอบทัศนียภาพอันงดงามและเป็นแหล่งของปลาน้ำเย็นเลิศรสที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
- บ่าย ระหว่างทางผ่านชม ทางหลวงทะเลทราย S21 หอศิลป์ธรรมชาติไร้ขอบเขต ที่พลิกโฉมความเวิ้งว้างอันน่าเกรงขามให้กลายเป็นการเดินทางเชิงสุนทรียะ ในฤดูหนาว ผืนทรายสีทองอร่ามจะถูกเคลือบคลุมด้วยเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ก่อเกิดสัจธรรมแห่งการปะทะกันระหว่างสองขั้วธรรมชาติ: ความแห้งแล้งอันร้อนแรงของทะเลทรายในความทรงจำ ผสานเข้ากับความเยือกเย็นยะเยือกของเหมันต์ กลายเป็นมหากาพย์ภูมิทัศน์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการเชื่อมต่อดินแดนรกร้าง นั่งรถผ่านชมริ้วลาย "สีสันของหิมะที่ปกคลุมเนินทราย บนสันทรายอันเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของกู่เอ่อร์ปันทงกู่เท่อ คือจุดเด่นที่บอกเล่าความมหัศจรรย์ได้ดีที่สุด ลมหนาวจากไซบีเรียจะพัดพาหิมะขาวละเอียดมาเกาะจับเฉพาะฝั่งลาดชันของเนินทราย ขณะที่สันฝั่งรับลมยังคงเผยเนื้อทรายสีน้ำผึ้งเข้ม ตัดกันเป็นริ้วคลื่นเรขาคณิตสีขาว-ทองยาวเหยียดจรดเส้นขอบฟ้า แซมด้วยพุ่มไม้ทะเลทรายซัวซัว ที่ถูกห่อหุ้มด้วยหยาดน้ำค้างแข็ง
- นำท่านชม เมืองปีศาจกลางทะเล จุดบรรจบอันน่าอัศจรรย์ระหว่าง ปราการดินยาร์ดังที่ถูกสายลมกัดเซาะนับล้านปี กับ ผืนน้ำกว้างใหญ่ดุจมหาทะเลกลางทวีปเอเชีย ในมิติของฤดูหนาว ดินแดนแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนผ่านสู่โลกคู่ขนาน ผืนน้ำสีครามกลายสภาพเป็นลานน้ำแข็งขาวโพลนสะท้อนประกายแดด โอบล้อมหน้าผาดินสีส้มอิฐ เสมือนปราสาทโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือน้ำแข็งขั้วโลก ความมหัศจรรย์ที่เป็นเอกลักษณ์คือ การตัดกันของสองขั้วธรรมชาติ ระหว่างผาดินทรายสีส้มอิฐและแผ่นน้ำแข็งสีขาวมุก หินตะกอนดินเหนียวและหินทรายที่ถูกลมพายุและกระแสน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นยอดแหลม ซุ้มประตู หน้าผาชัน และซากหอคอยโบราณ ทอดตัวยาวหลายกิโลเมตรเรียงรายริมขอบน้ำแข็ง ในวันที่อุณหภูมิดิ่งต่ำ ลมหนาวที่พัดกรูผ่านซอกหลืบโพรงผาดินจะสร้างเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบหรือเสียงดนตรีตามธรรมชาติ อันเป็นที่มาของนาม เมืองปีศาจ ทว่าภาพที่ประจักษ์เบื้องหน้าในฤดูหนาวกลับเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง เยือกเย็น และงามสง่าไร้การปรุงแต่ง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก BURQIN LANTING HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 3 : เบอร์จิ้น - อุทยานคานาสือ - อ่าวเสี้ยวจันทรา – อ่าวซ่อนมังกร – อ่าวเทพเทวดา – หมู่บ้านเหอมู่
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
- เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่ หมู่บ้านเหอมู่ เป็นเส้นทางภูเขาที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยและความคล่องตัว คณะจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ รถตู้ขนาดเล็ก (4-7 ที่นั่ง) ซึ่งมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระจำกัด หลังรับประทานอาหารเช้า กรุณาจัดเตรียม "กระเป๋าใบเล็ก" สำหรับใส่ของใช้ที่จำเป็น, ยาประจำตัว และเสื้อผ้าสำหรับ 1 คืน เพื่อนำติดตัวขึ้นรถตู้ไปกับท่าน ส่วน "กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ กรุณานำมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทฯ จะดูแลและเก็บสัมภาระหลักของท่านไว้บนรถบัสคันใหญ่ (ซึ่งจะจอดรอรับท่านในวันถัดไป)
- นำท่านสู่ อุทยานคานาสือ (ระยะทาง 121 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง) อาณาจักรไทกาขั้วโลกที่สงบนิ่งเหนือกาลเวลา ก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่โลกหมุนช้าลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง ป่าสนไซบีเรียนลาร์ชและผืนน้ำที่ถูกโอบกอดด้วยเกล็ดหิมะหนากว่าหนึ่งเมตร สะท้อนถึงสัจธรรมแห่งการพักผ่อนของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่สรรพสิ่งจะตื่นขึ้นอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ แม้ในวันที่อุณหภูมิดิ่งลงลึกถึง -25 องศาเซลเซียส ทว่าบริเวณ สามโค้งน้ำคานาสือและกระแสน้ำลึกเบื้องล่างยังคงไหลรินเป็นริ้วคลื่นสีเขียวมรกตเข้ม ตัดกับโขดหินริมน้ำที่ถูกหิมะทับถมพอกพูนจนกลมมนราวกับ "เห็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์" นับร้อยนับพันดอก ความต่างของอุณหภูมิน้ำและอากาศเหน็บหนาวทำให้น้ำระเหยกลายเป็นสายหมอกบางเบา ลอยอ้อยอิ่งไปเกาะจับกิ่งสนเบิร์ชเกิดเป็นผลึกน้ำค้างแข็งขาวโพลน รายละเอียดธรรมชาติเพียงจุดเดียวนี้บอกเล่าความอัศจรรย์ของพลวัตทางธรณีวิทยาและสภาพอากาศเฉพาะถิ่นของเทือกเขาแอลไตได้อย่างหมดจด
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
- บ่าย นำท่านชมประตูสู่แดนสวรรค์แห่งคานาสือ อ่าวเทพเทวดา คือหนึ่งในสามอ่าวเลื่องชื่อแห่งเขตอนุรักษ์ธรรมชาติคานาสือ ที่ซึ่งความงดงามของธรรมชาติได้รังสรรค์ภาพราวกับดินแดนในเทพนิยาย ชื่อ "อ่าวเทพเทวดา" ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากภาพจริงเบื้องหน้า ไอหมอกสีขาวจะลอยคลอเคลียผิวน้ำ ลำแสงแดดแรกของวันจะแทรกทะลุแนวสนไทกาลงมากระทบประกายผลึกน้ำแข็ง ระยิบระยับราวกับผงเพชรโปรยปรายทั่วผืนป่า เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนหิมะ เนื้อละเอียดแห้งและนุ่มฟู ส่งเสียงเสียดสีเบาๆ ดัง กรุบ-กรอบ ในความเงียบสงัด อากาศเย็นบริสุทธิ์จะปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ขณะที่กระท่อมไม้ซุงสไตล์ชาวตูวา
- ไม่ไกลยังเป็นที่ตั้งของ ทะเลสาบเสี้ยวพระจันทร์ หนึ่งในทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำที่สุดแห่งเขตอุทยานธรรมชาติคานาสือ กับสายน้ำสีเทอร์ควอยซ์ของแม่น้ำคานาสือที่ไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขาได้บรรจงสร้างเส้นโค้งรูปตัว S ที่งดงามสมบูรณ์แบบ ราวกับพระจันทร์เสี้ยวสีมรกตที่ถูกประดับไว้กลางผืนป่าอันกว้างใหญ่ ความพิเศษของอ่าววงพระจันทร์คือสีของน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและแสงที่ตกกระทบ ตัดกับแนวป่าสนและป่าเบิร์ชท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน กลายเป็นภาพที่สะกดทุกสายตาและเป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพ
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ณ ใจกลางของคานาสือ เวิ้งน้ำสีเทอร์ควอยซ์อันเงียบสงบ นามว่า ทะเลสาบมังกรหลับ หนึ่งในสามอ่าวเลื่องชื่อแห่งแม่น้ำคานาสือ ที่ซึ่งธรรมชาติได้รังสรรค์ภาพวาดอันน่าทึ่งขึ้น จุดเด่นของอ่าวแห่งนี้คือเกาะกลางน้ำที่ทอดตัวยาวโค้ง มีรูปร่างคล้ายมังกรขนาดมหึมาที่กำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของผืนน้ำสีมรกต รายล้อมด้วยป่าสนไซบีเรียและป่าเบิร์ชที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล
- นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านเหอมู่ (ระยะทาง 69 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) สัมผัสสวรรค์บนดินแดนซินเจียง ในอ้อมกอดของเทือกเขาอัลไต แดนเนรมิตของพระเจ้า ถิ่นพำนักโบราณของชาวตูวา ชนเผ่าเร่ร่อนเชื้อสายมองโกลที่ใช้ชีวิตกลมกลืนกับผืนป่าสนและแนวเขาหิมะมานานนับศตวรรษ ในฤดูหนาว หุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนผ่านจากทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กลายเป็นอาณาจักรหิมะขาวบริสุทธิ์ดั่งภาพวาดพู่กันจีนอันเงียบสงัด เสน่ห์ที่แท้จริงของเหอมู่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างโอ่อ่า หากแต่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ชะลอจังหวะเวลา ท่ามกลางอุณหภูมิเยือกแข็งที่ธรรมชาติและมนุษย์พึ่งพาอาศัยกันอย่างเรียบง่ายและลึกซึ้ง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก HEMU FOLK GUEST HOUSE หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว (กระท่อมไม้ภายในหมู่บ้านเหอมู่)
- หมายเหตุ
1: เนื่องจากหมู่บ้าน รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปหมู่บ้านได้ ต้องจอดไว้ด้านนอก และที่พักไม่มีพนักงานยกกระเป๋า ฉะนั้นลูกค้าต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็กที่ใช้สำหรับพัก 1 คืน (เนื่องจากต้องหิ้วกระเป๋าเอง) ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้กับรถใหญ่ที่จอดรอในช่วงเช้า
2: เนื่องด้วยห้องพักในหมู่บ้านมีลักษณะพิเศษและมีจำนวนจำกัด โดยห้องพักส่วนใหญ่จะมีเพียง เตียงเล็ก 2 เตียงเท่านั้น และด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำให้ ไม่สามารถเสริมเตียงได้ ดังนั้น สำหรับคณะของท่านที่เดินทาง 3 ท่าน
2.1 พักรวมกัน 3 ท่านในห้องเดียว: ท่านสามารถพักรวมกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อาจต้องจัดสรรพื้นที่การนอนตามความเหมาะสม
2.2 จองห้องพักเดี่ยวเพิ่ม: หากท่านต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถจองห้องพักเดี่ยวเพิ่มได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาทต่อห้อง (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เนื่องจากห้องพักในหมู่บ้านมีจำนวนจำกัดและมักจะเต็มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านที่ต้องการห้องพักเดี่ยว โปรดแจ้งความประสงค์และยืนยันการจองทันที พร้อมกับที่ท่านจองทัวร์ ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ไม่สามารถทำการจองห้องพักเพิ่มหน้างานได้ และขอสงวนสิทธิ์ในการจัดหาห้องพักเพิ่มเติมให้ในกรณีที่ห้องพักเต็มแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
3: เนื่องจากที่พักอยู่ในเขตอุทยาน เครื่องอำนวยความสะดวก อาหารเช้าและขนาดห้อง จะไม่ครบครันเหมือนกับโรงแรมด้านนอก กรุณาเตรียมผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟันและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ไปด้วย
วันที่ 4 : หมู่บ้านเหอมู่ – จุดชมวิวหมู่บ้าน – อัลไต
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7) อาหารเช้าจะเป็นสไตล์ท้องถิ่นแบบเรียบง่าย (เช่น ข้าวต้ม หมั่นโถว ไข่ต้ม เครื่องเคียง) ซึ่งความหลากหลายและรูปแบบอาหารจะไม่เทียบเท่าไลน์บุฟเฟต์ของโรงแรมในเมือง
- นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวฮาเติน สัมผัสวิญญาณแห่งเหอมู่จากมุมที่ดีที่สุด ภาพของหมู่บ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบสงบในอ้อมกอดของหุบเขา แม่น้ำเหอมู่สีเขียวมรกตไหลทอดผ่านอย่างนุ่มนวล และเมื่อแสงแรกของวันมาเยือน สายหมอกยามเช้าจะลอยอ้อยอิ่ง ปกคลุมบ้านเรือนและทิวป่าเบิร์ชจนกลายเป็นภาพฝัน เสียงฝีเท้าเหยียบลงบนหิมะเนื้อละเอียด (Powder Snow) ที่ดัง *"กรวบ-กรวบ"* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดระดับสะกดจิต เสียงกระดิ่งข้อเท้าม้าจากเลื่อนไม้ลากโบราณก้องกังวานมาจากระยะไกล และกลิ่นหอมอบอวลของไม้สนไหม้ไฟผสมกลิ่นชานมร้อนริมทาง มิติของทัศนียภาพจะเปลี่ยนผ่านอย่างน่าอัศจรรย์ตามองศาของแสง เมื่อมองลงมาจากเนินเขา ทะเลหมอกฤดูหนาวจะลอยคลอเคลียยอดไม้สนเบิร์ชสีขาว ทันทีที่แสงอาทิตย์แรกแตะยอดเขาหิมะ แสงสีทองอบอุ่นจะสาดไล่เฉดลงมายังหลังคาบ้านไม้ ก่อเกิดคอนทราสต์อันน่าทึ่งระหว่างความเยือกเย็นสีฟ้าครามของหิมะเบื้องล่างกับประกายสีทองอร่ามบนยอดไม้
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลไต (ระยะทาง 222 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง) คือดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งหิมะของจีน" และ "แหล่งกำเนิดสกีแห่งแรกของมนุษยชาติ" จากภาพสลักหินโบราณอายุหลายพันปีที่บันทึกรอยเท้าบรรพบุรุษผู้สวมแผ่นไม้ล่าสัตว์ฝ่าพายุหิมะ ทว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของอัลไตในฤดูหนาวกลับไม่ใช่ความดุดันของดินแดนเทือกเขาพรมแดน แต่คือ ความสงบนิ่งอันอบอุ่น ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มหิมะอันบริสุทธิ์ เทือกเขาอัลไตและหุบเขาลำน้ำจะแปรเปลี่ยนเป็นอาณาจักรสีขาวผ่องใส หิมะที่นี่มีลักษณะเฉพาะคือความแห้ง เบา และละเอียดราวกับแป้ง เมืองทั้งเมืองดำรงอยู่อย่างกลมกลืนระหว่างวิถีชนเผ่าเร่ร่อนคาซัคโบราณ กับเมืองสกีรีสอร์ตระดับนานาชาติ
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก ALTAY WANDA MOMENT HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 5 : อัลไต – ลานสกีเจียงจวินซาน – ICE FLOATING - เป่ยถุน
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
- นำท่านเดินทางสู่ ลานสกีเจียงจวินซาน มรดกทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่กลับมีชีวิตชีวาขึ้นใหม่อย่างร่วมสมัย ลานสกีระดับ 5S แห่งนี้เป็นลานสกีอัลไพน์เพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่ตั้งอยู่แนบชิดกับเขตเมือง ทำให้หิมะไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้คน หากแต่เป็นวิถีชีวิต ลมหายใจ และพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองฤดูหนาวของเมืองหลวงแห่งหิมะแห่งนี้ สัมผัสความเบา นุ่มฟู และแห้งละเอียดของปุยหิมะธรรมชาติที่เมื่อโปรยขึ้นไปในอากาศจะกระจายตัวออกดั่งละอองเกสรดอกไม้ ได้ยินเสียง "กรุบ...กรุบ" หนักแน่นใต้ฝ่าเท้าทุกย่างก้าว กลิ่นไอกาแฟคั่วสดหอมกรุ่นและโกโก้ร้อนลอยปะทะลมหนาวจัดระดับติดลบยี่สิบองศาเซลเซียส ขณะที่ลมหายใจพ่นออกมาเป็นไอขาวท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของเทือกเขาอัลไต ช่วงกลางวัน ท้องฟ้าสีครามเข้มตัดกับแนวสันเขาหิมะสีขาวโพลนกว้างไกลสุดสายตา ให้ความรู้สึกสงบ โอ่อ่า และยิ่งใหญ่ **ราคาทัวร์ รวมค่าเข้าสกีและค่ากระเช้าสำหรับขึ้นชมวิวแล้ว**
- ภายในท่านสามารถเลือกสนุกกับกิจกรรมหิมะได้ตามความสนใจ ตั้งแต่ทดลองเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดบนลานสำหรับผู้เริ่มต้น ฝึกการทรงตัวบริเวณสายพานเลื่อนหิมะไปจนถึงการเล่นบนเส้นทางระดับกลางและระดับสูงสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ โดยลานสกีมีทั้งรอบกลางวันและกิจกรรมสกีกลางคืนบนเส้นทางที่ติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการเล่นสกีสามารถนั่งกระเช้าขึ้นชมทิวทัศน์เทือกเขาอัลไต ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกและเมืองอาเล่อไท่จากมุมสูง หรือเลือกพักผ่อนภายในคาเฟ่บนยอดเขา นอกจากนี้ อาจมีกิจกรรมเสริม เช่น สโนว์โมบิล ห่วงยางเลื่อนหิมะ บอลลูนลมร้อน และพาราไกลดิ้ง ซึ่งเปิดให้บริการตามสภาพอากาศและประกาศของทางรีสอร์ต
- หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นข้อมูลสำหรับประมาณการค่าใช้จ่ายเท่านั้น อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล วันธรรมดา–วันหยุด ช่วงเทศกาล ระยะเวลาเล่น และประเภทอุปกรณ์ กรุณาตรวจสอบราคาและรายการที่รวมในแพ็กเกจอีกครั้ง ณ วันเดินทาง โดยเฉพาะหมวกนิรภัย ชุดสกี แว่นตา และค่าครูฝึก ซึ่งอาจไม่ได้รวมอยู่ในบัตรสกีมาตรฐาน
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ICE FLOATING แปรเปลี่ยนความเย็นยะเยือกของผืนน้ำแข็งขั้วโลกให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสงบนิ่งและการปล่อยวาง กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้มนุษย์ทิ้งน้ำหนักของชีวิตลงบนผืนน้ำกึ่งเยือกแข็ง ลอยตัวเคว้งคว้างอย่างเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ โดยไม่ต้องต่อสู้กับความหนาวเหน็บ แต่ยอมจำนนต่อความเงียบงันอันไร้ขอบเขตของฤดูหนาว สวมชุดดรายสูทฉนวนกันหนาวระดับขั้วโลกสีส้มแดงสด อุปกรณ์ชิ้นเอกนี้ตัดเย็บจากวัสดุนีโอพรีนสังเคราะห์แบบหนาพิเศษและขอบยางซีลสุญญากาศที่แนบสนิทบริเวณคอและข้อมือ ภายในชุดกักเก็บมวลอากาศอุ่นจากร่างกายเพื่อสร้างแรงพยุงตัวตามหลักฟิสิกส์ ทำให้ผู้สวมใส่ลอยเหนือน้ำได้เองโดยอัตโนมัติ 100% ความมหัศจรรย์อยู่ที่ระบบปิดสนิทที่น้ำภายนอกไม่สามารถแทรกซึมผ่านเข้ามาได้แม้แต่หยดเดียว สีส้มแดงที่ตัดกับสีน้ำเงินครามของผิวน้ำและสีขาวโพลนของหิมะ สะท้อนทั้งมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและกลายเป็นภาพจำอันโดดเด่นท่ามกลางลานน้ำแข็งกว้างใหญ่ ทันทีที่ก้าวขาลงสู่ช่องน้ำที่เจาะผ่านแผ่นน้ำแข็งหนา ความกังวลเดิมพันเรื่องความหนาวจะมลายหายไปในทันที ร่างกายจะถูกพยุงขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างนุ่มนวลราวกับลอยอยู่ในสภาวะสุญญากาศ แผ่นน้ำแข็งสีฟ้าอมเขียวขนาดเล็กใหญ่ลอยวนอยู่รอบตัว สายตามองตรงขึ้นไปเห็นท้องฟ้าสีฟ้าครามใสกระจ่างตา และทิวทัศน์แนวเทือกเขาอัลไตที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวบริสุทธิ์
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองเป่ยถุน (ระยะทาง 76 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1.5 ชั่วโมง) มีความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ใต้ชื่อเมืองว่า นิคมแห่งแดนเหนือ เปล่งประกายด้วยจิตวิญญาณแห่งความทรหดและการลงหลักปักฐานของมนุษย์ เมืองแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากประวัติศาสตร์การบุกเบิกผืนดินแห้งแล้งริมฝั่ง แม่น้ำเออร์ทีช สายน้ำสายประวัติศาสตร์สายเดียวของประเทศจีนที่ไหลขึ้นเหนือสู่มหาทะเลอาร์กติก จนกลายสภาพเป็นโอเอซิสที่มีผังเมืองอันเป็นระเบียบ สงบเงียบ และมั่นคง ท่ามกลางภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ของซินเจียงตอนเหนือ เป่ยถุนทำหน้าที่เป็นหมุดหมายแห่งการพักพิงที่อบอุ่น เมืองนี้เปิดรับผู้มาเยือนด้วยวิถีชีวิตชุมชนที่จริงใจ ปราศจากความเร่งรีบของมหานคร และมอบความรู้สึกสงบงามดั่งเมืองด่านหน้าที่คอยโอบอุ้มผู้เดินทางด้วยมิตรไมตรี
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก BEITUN LANOU INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 6 : เป่ยถุน – พระใหญ่วัดหงกวงซาน - อูลูมู่ฉี
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
- นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอูลูมู่ฉี (ระยะทาง 473 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง)
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
- บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ พระใหญ่วัดหงกวงซาน ศูนย์รวมจิตใจทางพุทธศาสนาแบบฮั่นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ หมุดหมายเชิงจิตวิญญาณที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ชุมทางอารยธรรมเส้นทางสายไหม ท่ามกลางภูมิประเทศหุบเขาและที่ราบสูงโอเอซิสของเมือ การปรากฏตัวของอารามพุทธขนาดใหญ่บนเนินเขาหงกวงซานสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรม เป็นพื้นที่แห่งความสงบสุขที่คอยโอบอุ้มจิตใจผู้มาเยือนจากความเร่งรีบของโลกภายนอก ด้วยบรรยากาศอันเปี่ยมศรัทธาและความร่มเย็นที่แผ่คลุมไปทั่วทั้งหุบเขา หัวใจสำคัญอันไร้เทียมทานของที่นี่คือ พระพุทธรูปศากยมุนีทองสัมฤทธิ์ปิดทอง พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางนั่งที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีความสูงรวมฐานถึง 40.8 เมตร หล่อขึ้นจากทองเหลืองบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า 98 ตัน และพื้นผิวภายนอกทั้งหมดปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวแท้ พระหัตถ์ขวายกขึ้นในท่าประทานอภัย สื่อถึงความแคล้วคลาดปลอดภัย และพระหัตถ์ซ้ายหงายในท่าประทานพร ในวันที่ฟ้าโปร่ง แสงอาทิตย์จะตกกระทบผิวทองคำจนเปล่งประกายเจิดจ้า ตัดกับฉากหลังของท้องฟ้าสีครามและยอดเขาหิมะปั๋วเก๋อต๋า แห่งเทือกเขาเทียนซานได้อย่างน่าอัศจรรย์
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก URUMQI TINGRAN YUNJU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 7 : อูลูมู่ฉี – พิพิธภัณฑ์บรรณชีวินซินเจียง + พิพิธภัณฑ์ม้าเซ็กเทาว์ – ตลาดต้าปาจา
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
- นำท่านสู่ สวนนิเวศโบราณซินเจียง ดินแดนแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมของเส้นทางสายไหม เป็นอัญมณีที่ซ่อนเร้นในใจกลางเมือง ที่นี่ท่านจะได้สัมผัสกับการผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชีวิตและวัฒนธรรม นำท่านเปิดประสบการณ์ชื่นชมสายพันธุ์ม้าที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเร็วและความแข็งแรง ศูนย์เพาะพันธ์ม้าเซ็กเทา ม้าเหงื่อโลหิตคู่ใจของยอดขุนพลอย่างลิโป้และกวนอู ถูกคัดสรร เพาะเลี้ยงและฝึกฝนด้วยความพิถีพิถัน เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตชาวจีนมากว่าสองพันปี ท่านจะได้เห็นความสมบูรณ์แบบของวัฒนธรรมการเพาะเลี้ยงม้าที่สืบทอดมาจากยุคโบราณและได้รับการรับรองระดับนานาชาติ จากนั้นนำท่านสำรวจสมบัติจากอดีตที่มีอายุประมาณ 160 ล้านปี ไม้ฟอสซิลล้านปี ไม้ฟอสซิลเหล่านี้เป็นพยานแห่งยุคที่ไดโนเสาร์ปกครองโลก ผ่านกระบวนการฟอสซิเลชันด้วยสารซิลิกา ที่ยังคงรักษารูปทรงและลวดลายดึกดำบรรพ์ไว้ได้อย่างงดงาม เป็นงานศิลป์จากธรรมชาติที่บอกเล่าเรื่องราวของโลกยุคโบราณอย่างน่าประทับใจ
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 17)
- บ่าย นำท่านอิสระช็อปปิ้ง ณ ตลาดแกรนด์บาซาร์ (ต้าปาจา) หรือ แกรนด์บาซาร์ หรือที่ในภาษาอุยกูร์แปลว่า "ตลาดนัด" ถือเป็นหัวใจของวิถีชีวิตและการค้าขายของชาวอุยกูร์ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่หรือหมู่บ้านเล็กๆ บาซาร์กระจายอยู่ทั่วไปทั่วทุกมุมของภูมิภาคนี้ เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร ผู้ค้า และผู้คนในชุมชน สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และบาซาร์แห่งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่กว่า 39,888 ตารางเมตร และอาคารรวมกว่า 100,000 ตารางเมตร บาซาร์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมศิลปะ วัฒนธรรม การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียกลางและตะวันออกกลาง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 18)
- สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก URUMQI TINGRAN YUNJU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 8 : อูลู่มู่ฉี (สนามบินเทียนซาน) – กวางเจา (สนามบินไป๋หยุน) (CZ6895 : 10.45 - 15.55) – กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) (CZ361 : 20.20 - 22.30)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 19)
- นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอุรุมชีเทียนซาน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) (จำกัดสัมภาระสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องท่านละ 1 ใบ และต้องมีน้ำหนักสัมภาระไม่เกิน 23 ก.ก.
- 10.45 น. ออกเดินทางจาก สนามบินอุรุมชีเทียนซาน สู่ สนามบินกว่างโจวไป๋หยุน โดย สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) เที่ยวบินที่ CZ6895 ** บริการอาหารร้อนหรือ SNACK BOX บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **
- 15.55 น. เดินทางถึงสนามบิน สนามบินกว่างโจวไป๋หยุน นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง
- 20.20 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน ไชน่า เซาเทิร์น (CZ) เที่ยวบินที่ CZ361
** บริการอาหารร้อนหรือ Snack Box บนเครื่อง รูปแบบอาหารอาจปรับเปลี่ยนเป็น อาหารร้อน หรือ Snack Box ได้ตามนโยบายของสายการบินในเที่ยวบินนั้นๆ โดยไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ** - 22.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ