วันที่ 1 : กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – หยุนเฉิง (ท่าอากาศยานหยุนเฉิงเหยียนหู) (ZH282 : 18:00 - 23:10)
- 14.30 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 10 โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
- 18.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองหยุนเฉิง มณฑลซานซี โดย สายการบิน เซินเจิ้น แอร์ไลน์ (ZH) เที่ยวบินที่ ZH282
รวมน้ำหนักกระเป๋า 23 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ พร้อมอาหารร้อนบนเครื่อง - 23.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสนามบินหยุนเฉิง สามเหลี่ยมทองคำของสามมณฑล ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของอารยธรรมจีน อันเป็นต้นกำเนิดของ 3 กษัตริย์ในตำนานจีน เหยา หยวี่และซุ่น นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่เป็นบ้านเกิดของกวนอู หนึ่งในยอดขุนพลในตำนานที่ชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในจีน
- หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก A TOUR HOTEL YUNCHENG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 2 : หยุนเฉิง – ซีอาน - พิพิธภัณฑ์ทหารดินเผาจิ๋นซี (รวมรถอุทยาน) – ถนนคนเดินต้าถังไร้นิทรา - โชว์เส้นทางสายไหม
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองซีอาน (ระยะทาง 247 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 3.5 ชั่วโมง) อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ของจีนและศูนย์กลางอารยธรรมโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,100 ปี ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี บนที่ราบกวนจง เป็นเมืองแห่งความรุ่งเรืองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า "ฉางอาน" ซึ่งมีความหมายว่า "ความสงบยืนยาว" ซีอานเป็นจุดกำเนิดของ 13 ราชวงศ์ในประวัติศาสตร์จีน เช่น ราชวงศ์โจว, ฉิน, ฮั่น, และ ถัง พร้อมด้วยสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตมากมาย ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของ เส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในยุคโบราณที่เชื่อมจีนกับโลกตะวันตก ปัจจุบันซีอานได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น เมืองประวัติศาสตร์โลก (World Historic City) เนื่องจากตัวเมืองเต็มไปด้วยแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
- บ่าย นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ (ระยะทาง 44 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) สถานที่สำคัญที่สุดของเมืองซีอาน ที่ได้รับการประกาศรับรองจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ในปี ค.ศ. 1987 คือ กองทัพทหารดินเผาถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวบ้านในพื้นที่ขณะขุดบ่อน้ำ และนับแต่นั้นมาสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของจีน ตัวพิพิธภัณฑ์คาดว่าอยู่ใกล้กับสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิผู้รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียว ที่ได้สร้างสุสานขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงอำนาจและความรุ่งเรือง โดยมี กองทัพทหารดินเผา ซึ่งเป็นรูปปั้นทหารที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงจำนวนมากกว่า 8,000 ชิ้น เพื่อปกป้องพระองค์ในโลกหลังความตาย หุ่นทหารทุกตัวมีขนาดเท่าตัวคนจริง และมีใบหน้าแตกต่างกันทุกตัว มีบันทึกว่าสุสานแห่งนี้ใช้แรงงานทาสเป็นจำนวนถึง 726,000 คนใช้เวลาก่อสร้าง 36 ปี กองทัพทหารดินเผาไม่เพียงแค่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจิ๋นซี แต่ยังแสดงถึงความรู้และเทคโนโลยีของจีนในยุคโบราณ ตั้งแต่การจัดทัพ การใช้วัสดุ และการสร้างงานศิลปะที่สะท้อนความเชื่อในชีวิตหลังความตาย
- นำท่านชม โชว์เส้นทางสายไหม ดนตรีละครเวทีระดับโลกที่ผสมผสาน ศิลปะจีน และ มนต์เสน่ห์แห่งบรอดเวย์ เข้าไว้ด้วยกัน การแสดงนี้เป็นโปรเจกต์ที่ได้รับรางวัลมากมายและถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เล่าถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่มชาวจีนที่เติบโตในโลกตะวันตก เดินทางข้ามเวลาสู่ราชวงศ์ฮั่น และพบกับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์และหญิงสาวชาวต่างแดน ทั้งสามต้องเผชิญความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เรื่องราวแห่งมิตรภาพ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของเส้นทางสายไหมจึงถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงอันยิ่งใหญ่ การแสดงนี้ใช้เทคนิคล้ำสมัย 3D โฮโลแกรม โปรเจ็กเตอร์ 360 องศา แสง สี เสียง และเอฟเฟกต์เวทีอลังการ
- นำท่านเข้าชม ถนนคนเดินต้าถังไร้นิทรา แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ราชวงศ์ถังและประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบทันสมัย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 936,000 ตารางเมตร จำลองบรรยากาศความรุ่งเรืองของราชวงศ์ถัง ผ่านสถาปัตยกรรมและงานศิลปะและการแสดงแสงสีที่ นำท่านดื่มด่ำกับวิถีชีวิต ศิลปะการแสดง, ร้านอาหาร, และแหล่งช็อปปิ้ง และการตกแต่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
- จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS XI’AN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 3 : เจดีย์ห่านป่าใหญ่ - กำแพงเมืองซีอาน - จัตุรัสหอกลอง – ถนนมุสลิม - ลั่วหยาง (โดยรถไฟความเร็วสูง) - ศาลเจ้ากวนอู - ถนนคนเดินลี่จิง - ประตูอิ้งเทียนเหมิน
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
- นำท่านชม เจดีย์ห่านป่าใหญ่ บทบันทึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนา การแสวงหาความรู้ และมรดกทางวัฒนธรรมของจีนกว่า 1,300 ปี ณ ใจกลางของ วัดต้าฉือเอิน อันศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์สูงตระหง่านนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการเดินทางของพระถังซัมจั๋ง ผู้เดินเท้านับหมื่นลี้เพื่อนำพระไตรปิฎกจากอินเดียกลับสู่จีน ผ่านเส้นทางสายไหมที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความศรัทธา และความหวัง เจดีย์ห่านป่าใหญ่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 652 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเก็บรักษาพระคัมภีร์ และพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระถังซัมจั๋งนำกลับมาจากอินเดีย การก่อสร้างนี้เกิดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงศ์ถัง นำโดยจักรพรรดิถังเกาจง และได้รับการปรับปรุงครั้งแล้วครั้งเล่าโดยจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ด้วยความสูงกว่า 64 เมตร และรูปทรงสี่เหลี่ยมอันสง่างามที่เป็นแบบแผนของเจดีย์ทรงจีนผสมกับสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย ทุกชั้นของเจดีย์เต็มไปด้วยความลึกลับและความรู้ ตั้งแต่จารึกโบราณ บานประตูแกะสลัก บานหินบทกลอน ไปจนถึงพระพุทธรูปศิลป์หายาก และพระคัมภีร์ภาษาบาลีบนใบไม้จากอินเดีย ที่ยังคงสงวนอยู่บางส่วนในชั้นบนสุด
- นำท่านเดินทางและขึ้นชมความยิ่งใหญ่ของ กำแพงเมืองโบราณซีอาน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองของประวัติศาสตร์จีน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหงหวู่แห่งราชวงศ์หมิง เมื่อปี ค.ศ. 1370 กำแพงนี้มีความยาวประมาณ 13.7 กิโลเมตร ล้อมรอบพื้นที่ใจกลางเมืองซีอาน และถือเป็นหนึ่งในกำแพงเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน โครงสร้างของกำแพงเมืองซีอานสะท้อนถึงความชาญฉลาดด้านการป้องกันเมืองในอดีต ด้วยความสูงประมาณ 12 เมตร และความกว้างที่ฐานประมาณ 15-18 เมตร ทำให้กำแพงนี้แข็งแกร่งและสามารถรองรับการเดินของทหารและการขนส่งอาวุธบนยอดกำแพงได้ นอกจากนี้ ยังมีป้อมปราการและหอคอยที่สร้างขึ้นในระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกัน กำแพงเมืองซีอานไม่เพียงแต่เป็นโครงสร้างทางทหาร แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมายาวนาน ท่านสามารถเดินหรือปั่นจักรยานบนยอดกำแพง (ราคาทัวร์ไม่รวมเช่าค่าจักรยาน) เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองซีอานจากมุมสูง สัมผัสบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัว
- นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสหอกลองและหอระฆัง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมือง หอระฆังสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1384 ในสมัยราชวงศ์หมิง เดิมตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง แต่ถูกย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันในปี ค.ศ. 1582 เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง หอระฆังมีความสูงประมาณ 36 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่กว้างขวาง โครงสร้างเป็นไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวและยอดประดับด้วยทองคำ ทั้งหอระฆังและหอกลองเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ผสมผสานความงามและความสมดุล นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในซีอาน พื้นที่รอบๆ หอระฆังและหอกลองมีลานกว้างที่ผู้คนมักมารวมตัวกันในช่วงเย็นถึงค่ำ บริเวณใกล้เคียงยังมีร้านค้า ร้านกาแฟ และถนนคนเดินที่คึกคัก
- นำท่านเดินทางสู่ ถนนมุสลิม ย่านชาวมุสลิมแห่งซีอาน สายใยของวัฒนธรรมที่ผสานกันระหว่างจีนดั้งเดิมและอารยธรรมอิสลามที่ฝังรากลึกนับพันปี ย่านที่เต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ เสียงเรียกค้าขาย และความทรงจำของเส้นทางสายไหมที่ยังมีชีวิต ย่านนี้เป็นแหล่งรวมถนนสายเก่าที่เชื่อมกันเป็นเขาวงกตแห่งวิถีชาวมุสลิม กว่า 60,000 คนที่อาศัยอยู่ ณ ใจกลางเมืองซีอานมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่ง ไปจนถึงราชวงศ์หมิงและชิง สองข้างถนนเป็นอาคารสไตล์หมิง–ชิงที่ผสมผสานกับความละเมียดของศิลปะอิสลาม คุณจะได้พบร้านขายอาหารฮาลาล เครื่องเทศหอมกรุ่น เตาย่างเคบับเนื้อและแกะแบบสด ๆ ชามเนื้อวัวตุ๋นในซุปใสที่เดือดควันพุ่งไม่หยุด ขนมพื้นบ้านที่ผสานสูตรโบราณกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
- บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ สถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองซีอาน เพื่อออกเดินทางสู่ เมืองลั่วหยาง โดยรถไฟความเร็วสูง
- หมายเหตุ:
• ตารางเวลาและขบวนรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม หากรอบรถไฟตรงกับช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวัน ทางบริษัทจะจัดเตรียมอาหารแบบ Set Box ไว้บนรถไฟ เพื่อไม่ให้กระทบกับโปรแกรมการท่องเที่ยว
• รายการนี้ รวมบริการขนย้ายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ โดยจะถูกขนส่งไปกับรถบัส และลูกค้าจะได้รับคืนเมื่อถึงโรงแรมที่พัก
• กระเป๋าสัมภาระใบเล็ก กรุณาดูแลด้วยตนเอง และจัดสัมภาระให้สะดวกต่อการขึ้น–ลงรถไฟ เนื่องจากรถไฟจอดแต่ละสถานีประมาณ 2–6 นาที จึงควรหลีกเลี่ยงกระเป๋าขนาดใหญ่เกินไป
*** เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ห้ามนำวัตถุอันตราย และสิ่งของต้องห้ามเข้าสถานีรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง: กรรไกรตัดเล็บ, มีดโกน, ไฟแช็ก, ไม้ขีดไฟ, สเปรย์หรือกระป๋องอัดแก๊สทุกชนิด และของเหลวขนาดบรรจุเกิน100Ml. สถานีรถไฟและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศจีนมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งของต้องห้ามดังกล่าว จะถูกยึดโดยไม่มีข้อยกเว้น และไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี *** - นำท่านเยือน ศาลเจ้ากวนอู หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน ที่นี่เป็นสถานที่ฝังศีรษะของ กวนอู วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสามก๊ก ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และความกล้าหาญ ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการจัดสร้างขึ้นอย่างสมเกียรติ โดย โจโฉ หนึ่งในขุนศึกที่เคารพในคุณธรรมและวีรกรรมของกวนอูอย่างสูง ภายในศาลเจ้าแห่งนี้ ท่านจะได้พบกับ สถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง อันทรงคุณค่า พร้อมด้วยรูปปั้นของกวนอูในอิริยาบถของแม่ทัพผู้สง่างาม ใบหน้าสีแดงเข้มดั่งผลพุทราสุก หนวดเครายาว สวมอาภรณ์สีเขียว พร้อมถือ "ง้าวมังกรเขียว" อาวุธคู่ใจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความยุติธรรม แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์และความเคารพที่ผู้คนมีต่อเทพเจ้ากวนอู การสักการะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความเคารพต่อขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังเชื่อว่าจะนำพา โชคลาภ ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการเลื่อนตำแหน่ง มาสู่ผู้ที่มากราบไหว้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการ ต่างนิยมมาขอพรเพื่อความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะด้าน อำนาจ วาสนา และความมั่นคงทางการเงิน
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
- นำท่านเดินทางสู่ ประตูอิ้งเทียนเหมิน หนึ่งในโบราณสถานที่โดดเด่นของลั่วหยาง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 605 ในสมัยราชวงศ์สุย เดิมมีชื่อว่า ประตูเจ๋อเทียนเหมิน ก่อนเปลี่ยนชื่อในยุคพระนางบูเช็กเทียน (ค.ศ. 705) โครงสร้างอันยิ่งใหญ่นี้เคยเป็นศูนย์กลางของพิธีราชวงศ์และงานเฉลิมฉลองที่สำคัญ ประตูแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกาศราชโองการและพิธีสำคัญต่าง ๆ เช่น การขึ้นครองราชย์ของพระนางบูเช็กเทียน การต้อนรับราชทูต เช่น ราชทูตจากญี่ปุ่นในยุคสุยและถัง ประตูอิ้งเทียนเหมินได้รับการบูรณะใหม่ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ด้วยโครงสร้างที่สูงถึง 35 เมตรนี้ถูกสร้างขึ้นบนฐานขนาดใหญ่ 9.2 เมตร ให้ท่านได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของจีนโบราณช่วงราชวงศ์สุยและถังด้วยทิวทัศน์อันอลังการเหมาะสำหรับการเก็บภาพความทรงจำ โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่แสงสีจะแสดงออกมาได้อย่างสวยสดงดงาม
- จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก LUOYANG RUNHUA JUNYUE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 4 : ลั่วหยาง - วัดม้าขาว - เติงเฟิง - วัดเส้าหลิน (รวมรถอุทยาน) - ป่าเจดีย์ – โชว์การแสดงกังฟู - ลั่วหยาง
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
- นำท่านเยือน วัดม้าขาว อันศักดิ์สิทธิ์ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว จักรพรรดิฮั่นหมิงตี้แห่งราชวงศ์ฮั่น ทรงมีพระสุบินว่าเทพเจ้ามนุษย์ทองคำลอยมาเหนือวัง ขุนนางทั้งหลายตีความว่า คือพระพุทธเจ้า จึงส่งราชทูตเดินทางไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระธรรมและพระภิกษุกลับมายังแผ่นดินจีน พระภิกษุชาวอินเดียสองรูป พระกาศยปมาตังคะและพระธรรมรักษะ เดินทางกลับพร้อม พระไตรปิฎกฉบับแรก โดยบรรทุกมากับม้าขาวตัวงาม และตั้งรกรากที่ลั่วหยาง เพื่อเป็นเกียรติแก่การเดินทางอันยิ่งใหญ่ จึงก่อสร้างวัดขึ้นในปี ค.ศ. 68 และขนานนามว่า “วัดม้าขาว” วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินจีน
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
- บ่าย เดินทางสู่ เมืองเติงเฟิง (ระยะทาง 58 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง) เมื่อรถแล่นเข้าสู่เมืองเติงเฟิง เมืองเล็ก ๆ ริมหุบเขาที่เงียบสงบ ความรู้สึกกลับพลันเปลี่ยนไปเมื่อสายตาเห็นยอดเขาและป่าไม้โอบล้อม สู่ดินแดนแห่งตำนาน “วิทยายุทธชาวจีน” ที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จัก ณ วัดเส้าหลิน ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างสง่างาม วัดที่ถือกำเนิดราวพันปีมาแล้ว โดยพระโพธิธรรม หรือ ปรมาจารย์ตั๊กม้อ ย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11) จักรพรรดิแห่งเว่ยเหนือ ได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของพระโพธิธรรม (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ) ภิกษุชาวอินเดียผู้เดินทางไกลมาเผยแผ่ธรรมะที่เน้นสมาธิภาวนาและการเข้าถึงสัจธรรมโดยตรง พระองค์ไม่เพียงนำพุทธธรรมเข้าสู่จีน แต่ยังวางรากฐานการฝึกฝนร่างกายควบคู่กับจิตใจ ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ของวัดเส้าหลิน เมื่อกาลเวลาผ่านไป วัดเส้าหลินไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางศาสนา หากยังกลายเป็นสำนักวิทยายุทธที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของจีน กองทัพเส้าหลินเคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ ช่วยปกป้องราชวงศ์และบ้านเมืองยามศึกสงคราม ทำให้ชื่อเสียงของ “กังฟูเส้าหลิน” แพร่ขจรไปทั่วทั้งแผ่นดิน
- เริ่มต้นด้วยการเดินเข้าสู่ ป่าเจดีย์ พื้นที่ซึ่งเปรียบเสมือน “ป่าแห่งความสงบ” และบันทึกประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นจากอิฐและหิน ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้เก่าแก่ ปรากฏหมู่เจดีย์สุสานมากกว่า 240 องค์ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ บางองค์มีรูปทรงเรียบง่ายและสงบนิ่ง ขณะที่บางองค์มีชั้นหลังคาซ้อนกันอย่างประณีต พร้อมลวดลายแกะสลักและจารึกโบราณที่ผ่านสายลม ฝน และฤดูกาลมาหลายร้อยปี เจดีย์แต่ละองค์เปรียบเสมือนหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ เพราะสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิหรือรำลึกถึงอดีตเจ้าอาวาส พระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระอาจารย์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อวัดเส้าหลิน รูปทรง จำนวนชั้น ขนาด และรายละเอียดของเจดีย์แตกต่างกันไปตามยุคสมัย ฐานะทางสงฆ์ คุณูปการ และบารมีของพระผู้ล่วงลับ จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสุสานของพระสงฆ์ หากยังเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวบรวมสถาปัตยกรรม งานแกะสลัก และศิลปะการเขียนอักษรจากหลายราชวงศ์เอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน หมู่เจดีย์ที่มองเห็นในปัจจุบันมีอายุครอบคลุมหลายยุค ตั้งแต่ราชวงศ์ถัง ซ่ง จิน หยวน หมิง จนถึงราชวงศ์ชิง เมื่อเดินผ่านเจดีย์แต่ละองค์ เสียงสนทนารอบกายจะค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเงาของเจดีย์ที่ทอดตัวอยู่บนพื้น ราวกับบรรดาพระอาจารย์ในอดีตยังคงเฝ้ามองและปกปักรักษาดินแดนแห่งธรรมและวิทยายุทธแห่งนี้อย่างสงบนิ่ง
- นำท่าน ชมการแสดงศิลปะการป้องกันตัวแบบจีน หรือ กังฟู หนึ่งในไฮไลต์ที่ถ่ายทอดพลังแห่งวิทยายุทธจากตำนานให้ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตา เมื่อเสียงกลองดังสะท้อนกึกก้อง บรรยากาศอันสงบนิ่งจะพลันเปลี่ยนเป็นเวทีแห่งพลัง สมาธิ และความแม่นยำ เหล่านักแสดงผู้ผ่านการฝึกฝนศาสตร์เส้าหลินเคลื่อนไหวพร้อมกันอย่างแข็งแกร่งและเป็นจังหวะ ทั้งการยืนม้า การออกหมัด การเตะ การกระโดด และการตีลังกากลางอากาศ ทุกท่วงท่าต้องอาศัยความรวดเร็ว ความสมดุล และการควบคุมร่างกายอย่างละเอียด เสียงฝ่ามือ เสียงกระทืบเท้า และเสียงตะโกนปลุกพลังดังก้องประสานไปกับจังหวะกลอง สร้างความตื่นเต้นราวกับฉากการต่อสู้ในภาพยนตร์กำลังภายใน การแสดงยังเผยให้เห็นการใช้อาวุธจีนโบราณหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระบอง หอก ดาบ และอาวุธตามแบบวิทยายุทธเส้าหลิน ประกายของอาวุธที่เคลื่อนไหวผ่านแสงไฟตัดกับลีลาอันรวดเร็ว ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่ากังฟูไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้ แต่เป็นศิลปะที่ผสานพละกำลัง ลมหายใจ สมาธิ ความยืดหยุ่น และวินัยเข้าไว้ด้วยกัน
- สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ เมืองลั่วหยาง
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
- จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก LUOYANG RUNHUA JUNYUE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 5 : ผาแกะสลักหลงเหมิน (รวมรถอุทยาน) - ซานเหมินเสีย – หมู่บ้านใต้ดินส่านโจว
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
- นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำแกะสลักหลงเหมิน ภูผาศิลาที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำอี๋เจียง เป็นหนึ่งในสุดยอดมรดกโลกทางวัฒนธรรม และเป็นหนึ่งในสามแห่งของศิลปะการแกะสลักหินในจีน ควบคู่กับถ้ำโมเกาคูและถ้ำหยุนกัง เป็นพุทธศาสนสถานเก่าแก่ที่สำคัญและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของจีน การสร้างถ้ำพระพุทธแห่งนี้ที่ได้รับอิทธิพลการสร้างมาจากอินเดีย และชาวกรีกในเอเชียกลาง ภายในมีถ้ำกว่า 2,100 ถ้ำ พร้อมพระพุทธรูปมากกว่า 100,000 องค์ และจารึกบนหินกว่า 3,600 ชิ้น การเจาะหน้าผาหินให้เป็นถ้ำหรืออุโมงค์เข้าไป แล้วสลักเสลาเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทวดา นางฟ้า ทวารบาล รวมถึงการเขียนภาพจิตรกรรมลงบนผนังถ้ำ นำท่านชม พระใหญ่ถ้ำเฟิ่งเซียน สูงถึง 17.14 เมตร ที่ถ้ำเฟิ่งเซียน เป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาและสง่างาม กล่าวกันว่าใช้พระพักตร์ของพระนางบูเช็คเทียนเป็นแบบในการแกะสลัก เพราะพระนางบูเช็คเทียนสมัยเป็นฮองเฮา ที่เคยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนมาก เพื่อบูรณะถ้ำหินหลงเหมินแห่งนี้ ปัจจุบันยูเนสโก้ประกาศให้หลงเหมินเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
- กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
- บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองซานเหมินเสีย (ระยะทาง 147 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง) เมืองขนาดกลางริมแม่น้ำฮวงโห เมืองเอกของมณฑลเหอหนานในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำริมแม่น้ำเหลือง ที่ตั้งอยู่ระหว่างสามมณฑลคือเหอหนาน, ซานซี และส่านซี เมืองนี้เป็นที่รู้จักในนาม "เมืองแห่งหงส์สวรรค์" ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามและความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ชื่อเมือง "สามเหมินเสีย" มาจากตำนาน มหากาพย์ของพระเจ้าอวี่ ที่ใช้ขวานเทพผ่าภูเขาสร้างทางน้ำสามช่อง: "ประตูคน, ประตูเทพ, และประตูผี" เพื่อบรรเทาน้ำท่วมใหญ่
- นำท่านชม หมู่บ้านใต้ดินส่านโจว หนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อมโยงของมนุษย์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ "หมู่บ้านใต้ดินแห่งเดียวในโลก" จึงได้รับการขนานนามว่า "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" และเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งวัฒนธรรมเกษตรกรรมของจีน "เห็นต้นไม้แต่ไม่เห็นบ้าน เข้าบ้านแต่ไม่เห็นประตู ได้ยินเสียงคนแต่ไม่เห็นตัว" คือคำจำกัดความที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหมู่บ้านใต้ดินแห่งนี้ บ้านใต้ดินเหล่านี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับ "สี่เหลี่ยมจัตุรัส" ซึ่งคล้ายกับสี่ห้องของบ้านแบบจีนดั้งเดิม ทุกทิศของบ้านถูกกำหนดตามทิศในตำราหลักฮวงจุ้ยและออกแบบด้วยหลักการขุดดินจากบนลงล่าง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติ ทั้งยังให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและเย็นสบายในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิคงที่เฉลี่ย 10-20 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักเดินทางผู้รักประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังที่แฝงด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญาจีนโบราณ!
- ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
- จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
- ที่พัก SANMENXIA SWAN LAKE HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 6 : ซานเหมินเสีย - หยุนเฉิง (ท่าอากาศยานหยุนเฉิงเหยียนหู) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) (ZH281: 13:20 - 17:00)
- เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
- สมควรแก่เวลานำนำท่านเดินทางสู่ เมืองหยุนเฉิง (ระยะทาง 239 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ท่านเดินทางสู่ สนามบินหยุนเฉิง
- 13.20 น. ออกเดินทางจาก สนามบินหยุนเฉิง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน เซินเจิ้น แอร์ไลน์ (ZH) เที่ยวบินที่ ZH281 รวมน้ำหนักกระเป๋า 23 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ พร้อมอาหารร้อนบนเครื่อง
- 17.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ